รายละเอียด:
ชีวิตปฐมวัย
หลวงพ่อรักษ์ ในช่วงวัยเด็กได้รับการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนจากบิดามารดา และญาติมิตรเป็นอย่างดีเช่นบุตรคนอื่นๆ ความเป็นอยู่สนุกสนานตามวัยเด็กทั่วไป มีสุขภาพแข็งแรง และชอบเข้าวัดทำบุญโดยจะไปกับคุณยายทุกวันพระ รวมทั้งยังมีอุปนิสัยชอบพูดคุยกับพระเณร ชอบศึกษาเขียนอักขระขอมและเลขยันต์ต่างๆ อยู่เนืองนิตย์ ท่านได้รับการศึกษาจากโรงเรียน หลวงพ่อปาน คลองด่านอนุสรณ์ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ สำเร็จการศึกษามัธยมปีที่ 3
เมื่ออายุ 19 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดแจ่มราษฎร์ศรัทธาธรรม จ.สมุทรปราการ โดยมี หลวงพ่อสะอาด (ศิษย์สาย หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย) เป็นพระอุปัฌาย์ ท่านได้ปฏิบัติรับใช้ หลวงพ่อสะอาด และศึกษาธรรมต่างๆ ทั้งรวมกรรมฐาน จากพระอุปัชฌาย์ ซึ่งต่อมาได้ลาสิกขามาช่วยโยมบิดามารดาประกอบอาชีพทางบ้าน
อุปสมบท
หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย ได้อุปสมบท เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2542 ณ พัทธสีมา วัดหลักชัย ต.หลักชัย อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี พระครูสิริธรรมทัต (หลวงพ่อสุมิตร) เจ้าอาวาสวัดหลักชัย เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูโฆษิตวิหารคุณ วัดตรีพาราสีมาเขต เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูเกษมปทุมรักษ์ วัดลาดปทุมคงคาราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า อนาลโย หมายถึง ผู้ไม่มีอาลัย
เมื่ออุปสมบทแล้วได้จำพรรษาอยู่ที่วัดหลักชัย คอยอุปัฏฐากรับใช้พระอุปัชฌาย์ จนกระทั่งพระอุปัชฌาย์มรณภาพลง ซึ่งระหว่างนั้นท่านก็ได้ศึกษาพระปริยัติธรรม ปฏิบัติสมถะกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน อยู่เนืองนิตย์ และสามารถศึกษาสอบนักธรรมชั้น ตรี - โท - เอก ได้อย่างเจนจบ
และที่น่าอัศจรรย์ หลวงพ่อรักษ์ สามารถท่องจำพระปาฎิโมกข์ได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่ท่านยังเป็นศิษย์วัดอยู่
อุปนิสัย
หลวงพ่อรักษ์ ท่านเป็นพระภิกษุผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย อุปนิสัยรักความสงบ ชอบปฏิบัติกรรมฐาน รวมทั้งชอบศึกษากรรมฐาน และพระไตรปิฎก รวมทั้งไสยเวทย์ต่างๆ ปณิธานในเพศบรรชิต ท่านตั้งใจที่จะเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดจนถึงการสอนสมถะกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน ให้แต่ศิษย์ยานุศิษย์ทั่วไป เพื่อเป็นหลักการดำรงชีวิต ให้ศิษย์มีความเจริญรุ่งเรือง ทั้งทางโลกและทางธรรม
ด้านการพิธีกรรมปลุกเสก สร้างพระเครื่อง และวัตถุมงคลรุ่นต่างๆ
การสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลรุ่นต่างๆ ของ หลวงพ่อรักษ์ ท่านได้เริ่มสร้างเป็นพระผงขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อตอนท่านอายุ 30 ปี โดยท่านได้นำวิชาความรู้ต่างๆ ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา โดยเริ่มเขียนยันต์ ลงผงอิทธิเจ และผงยันต์ต่างๆ รวมทั้งหามวลสาร เช่น ผงเกษรดอกไม้บูชาพระ, ดอกไม้บูชาครูอาจารย์, ผงธูป, ผงพระเครื่องหักต่างๆ, ผงว่าน นำมาผสมทำวัตถุมงคล และทำพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกมวลสารเป็นปฐมฤกษ์ ก่อนปั้มพระ และเมื่อสร้างเป็นองค์พระเครื่องเรียบร้อยแล้ว ก็นำมาปลุกเสกไตรมาสอีก 3 เดือน วัตถุมงคลของ หลวงพ่อรักษ์ มีหลายรูปแบบ พระสมเด็จ พระปิดตา พระกริ่ง กำไล ตะกรุด พญาหนุมาน พญาคชสีห์ กระทิง เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อหาทุนทรัพย์สร้างและพัฒนาวัดสุทธาวาส วิปัสสนา เป็นลำดับ
หลวงพ่อรักษ์ ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของตะกรุดจารมือรุ่นต่างๆ สำหรับ ตะกรุดที่โดดเด่นมีประสบการณ์สูงของท่าน คือ "ตะกรุดมหาบารมี ๓๐ ทัศ" ซึ่งศิษยานุศิษย์และสาธุชนต่างขนานนามท่านว่า "หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย เจ้าตำหรับตะกรุดมหาบารมี ๓๐ ทัศ แห่งทุ่งลาดบัวหลวง เมืองกรุงศรีอยุธยา"
วัตถุมงคลของ หลวงพ่อรักษ์ นั้นส่วนมากท่านมักจะปลุกเสกของท่านด้วยพุทธาคมที่ท่านร่ำเรียนมาอย่างเต็มพลัง หลักการอธิษฐานจิตของท่านนั้นจะเน้นไปทาง เมตตามหาเสน่ห์ - โชคลาภ เงินทอง - ความสำเร็จ - กันคุณไสยต่างๆ และด้านแคล้วคลาดกันภัยคงกระพัน เป็นเลิศ
การทำวัตถุมงคลของ หลวงพ่อรักษ์ นั้น ท่านมีหลักเกณฑ์ในการวินิจฉัย 4 ประการสำคัญคือ
1. ดูที่เจตนา ถ้าวัตถุประสงค์ดี วัตถุมงคลจึงจะดี
2. พิธีกรรม ถูกต้องตามโบราณกาลหรือไม่
3. มวลสารดี
4. ดูฤกษ์ผานาทีว่าเหมาะสมหรือไม่
หลวงพ่อรักษ์ ท่านสร้างวัตถุมงคลเพื่อสร้างถาวรวัตถุในพระพุทธศาสนา ท่านกล่าวย้ำเสมอว่า... การทำวัตถุมงคลต้องตั้งใจทำ ให้ผู้นำไปใช้ได้รับพุทธคุณครอบจักรวาล... วัตถุมงคลทำไว้มอบให้กับญาติโยมที่บริจาคสมทบทุนสร้างวัด ไม่ได้ทำเพื่อซื้อขาย เป็นที่ระลึกว่าใครได้ไปสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างถาวรวัตถุ ถวายไว้ในพระพุทธศาสนามาเท่านั้น